Bell Boy งานแรกที่พาเข้าวงการโรงแรม

Bell Boy หรือพนักงานยกกระเป๋า ดูแลสัมภาระและพาแขกขึ้นห้อง — แต่งานจริงกว้างกว่านั้น ทั้งติดป้ายและเก็บกระเป๋าให้ไม่หาย แนะนำห้องและโรงแรม เรียกรถ ส่งของถึงห้อง และเป็นคนที่แขกคุยด้วยนานที่สุดในวันเช็คอิน ตำแหน่งนี้หลายโรงแรมเปิดรับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ จึงเป็นประตูแรกเข้าสู่งานโรงแรมของหลายคน
บางโรงแรมเรียก Bellman, Bellhop หรือ Porter หัวหน้าทีมเรียกว่า Bell Captain
ขั้นตอนจริง ตั้งแต่แขกมาถึงจนเข้าห้อง
1. รับกระเป๋าหน้าประตู
ทักทายแขก ยกกระเป๋าลงจากรถ แล้ว นับจำนวนกระเป๋าต่อหน้าแขก — “You have three bags, is that right?” ถ้าเห็นรอยเสียหายบนกระเป๋า หลายโรงแรมให้จดไว้ตั้งแต่ตอนนี้
2. ติดป้ายกระเป๋า
ติดป้าย (Luggage Tag) ทุกใบ ระบุชื่อแขกหรือเลขห้อง ถ้าแขกยังไม่ได้ห้อง ให้ฉีกต้นขั้วให้แขกเก็บไว้ — ป้ายคือหลักฐานว่ากระเป๋าใบไหนเป็นของใคร งานนี้พลาดไม่ได้
3. รอแขกเช็คอิน
ยืนห่างจากหน้า front พอดี ไม่ฟังข้อมูลส่วนตัวของแขก รอรับเลขห้องจาก GSA
4. พาแขกขึ้นห้อง
ระหว่างเดิน แนะนำสั้น ๆ ว่าห้องอาหาร สระว่ายน้ำ ฟิตเนส อยู่ตรงไหน — ช่วงเดินคือโอกาสคุยกับแขก ไม่ใช่เดินเงียบ ๆ
5. แนะนำห้องใน 2 นาที
เปิดประตูให้แขกเข้าก่อน แล้วแนะนำเฉพาะที่แขกต้องใช้ทันที (ดูรายการด้านล่าง) วางกระเป๋าบนที่วางกระเป๋า ถามว่าต้องการอะไรเพิ่มไหม แล้วออกจากห้องอย่างสุภาพ
ถ้าห้องยังไม่พร้อม — เก็บกระเป๋าไว้ที่ห้องเก็บกระเป๋า แล้วส่งขึ้นห้องให้ทันทีเมื่อแขกได้ห้อง
แนะนำห้องให้จบใน 2 นาที
แขกเพิ่งเดินทางมาเหนื่อย ไม่อยากฟังยาว เลือกแค่สิ่งที่ใช้ทันที
- คีย์การ์ดกับไฟ — เสียบคีย์การ์ดตรงไหนไฟถึงติด
- แอร์ — ปรับยังไง
- Wi-Fi — ชื่อและรหัสอยู่ตรงไหน
- ตู้เซฟ — อยู่ตรงไหน
- อาหารเช้า — กี่โมง ที่ไหน
- ติดต่อ — กดเบอร์ไหนถึงหน้า front
ตัวอย่างประโยค
- Please insert your key card here to turn on the lights.
- The Wi-Fi password is on this card.
- Breakfast is served from 6:30 to 10:30 on the ground floor.
- Please dial 0 if you need anything. Enjoy your stay.
วันเช็คเอาท์: ลงกระเป๋าและฝากกระเป๋า
- ลงกระเป๋า (Baggage Down) — แขกโทรแจ้ง ขึ้นไปรับที่ห้อง นับจำนวนกระเป๋ากับแขกอีกครั้ง
- ฝากกระเป๋า — แขกเช็คเอาท์แล้วแต่ยังไม่ไปสนามบิน ติดป้าย ให้ต้นขั้วกับแขก แล้วจดในสมุดรับฝาก: ชื่อแขก จำนวนกระเป๋า เลขป้าย เวลารับ เวลาคืน
- คืนกระเป๋า — ขอต้นขั้วจากแขก จับคู่เลขให้ตรง ก่อนส่งกระเป๋าคืนทุกครั้ง
กระเป๋าหาย = ปัญหาใหญ่ของโรงแรม — ระบบป้ายกับสมุดรับฝากมีไว้กันเรื่องนี้ ทำครบทุกครั้ง แม้แขกจะรีบ
งานอื่นที่ Bell Boy ทำ
- เรียกรถ — แท็กซี่ รถโรงแรม และช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถ
- ส่งของถึงห้อง — พัสดุ เอกสาร ของที่แขกฝากซื้อ แล้วแต่โรงแรม
- ย้ายห้อง — ช่วยแขกขนกระเป๋าเมื่อต้องย้ายห้อง
- ช่วยดูแลล็อบบี้ — ชี้ทาง ตอบคำถามง่าย ๆ
เรื่องที่ต้องรู้ก่อนเริ่มงาน
- ยกของถูกท่า — ใช้รถเข็นกระเป๋าทุกครั้งที่ทำได้ งานนี้ยกของทั้งวัน
- ไม่ฟังหรือพูดข้อมูลแขกต่อ — เลขห้อง ชื่อ แผนการเดินทาง เป็นเรื่องส่วนตัว
- เรื่องทิป — แล้วแต่แขกและแล้วแต่นโยบายของโรงแรม บางที่ให้เก็บเอง บางที่รวมเข้ากองกลาง ถามหัวหน้าตั้งแต่วันแรก และไม่ทำท่ารอทิป
ใครเหมาะกับงาน Bell Boy
- ชอบคุยกับคน — แขกคุยกับ Bell Boy นานกว่าตำแหน่งอื่นในวันเช็คอิน
- ร่างกายแข็งแรง คล่องตัว — ยืนและเดินทั้งวัน
- ละเอียดเรื่องของคนอื่น — นับกระเป๋า จดป้าย ไม่ข้ามขั้นตอน
- ยังไม่มีประสบการณ์แต่อยากเข้าวงการโรงแรม — หลายโรงแรมเปิดรับและสอนงานให้
Bell Boy โตไปเป็นอะไรได้
- Bell Captain — คุมทีม Bell จัดคิวงาน
- GSA — ขยับเข้าหน้า front ถ้าฝึกภาษาอังกฤษและเรียนระบบเพิ่ม
- Concierge — ถ้ารู้จักเมืองดีและชอบช่วยแขกเรื่องนอกโรงแรม
คำถามที่พบบ่อย
Bell Boy ต้องพูดภาษาอังกฤษได้ไหม
ควรพูดประโยคพื้นฐานได้ — ทักทาย นับกระเป๋า แนะนำห้อง ไม่ต้องเก่งมากก็เริ่มงานได้ แล้วฝึกเพิ่มจากหน้างาน
ผู้หญิงทำ Bell Boy ได้ไหม
ได้ หลายโรงแรมเรียกตำแหน่งนี้ว่า Bell Staff หรือ Porter เพื่อให้ครอบคลุมทุกคน
Bell Boy ต่างจาก Doorman ยังไง
Doorman ประจำหน้าประตู ต้อนรับและเรียกรถ ส่วน Bell Boy ดูแลกระเป๋าและพาแขกขึ้นห้อง โรงแรมเล็กมักให้คนเดียวทำทั้งสองอย่าง











