รับของเข้าโรงแรม ตรวจยังไงไม่ให้หลุด

ผักที่เหี่ยว เนื้อที่น้ำหนักขาด ของใช้ที่ส่งผิดยี่ห้อ — ถ้าผ่านประตูรับของเข้ามาแล้ว แก้ยากและเสียเงินแล้ว การรับของเข้าโรงแรม (Receiving) จึงเป็นจุดควบคุมแรกของต้นทุนทั้งโรงแรม บทความนี้เล่าขั้นตอนทีละขั้น ส่วนงานของตำแหน่ง Storekeeper มีบทความแยก
ก่อนของมาถึง
- รู้ว่าวันนี้มีอะไรจะเข้า — ดูใบสั่งซื้อที่ค้าง
- เตรียมอุปกรณ์ — ตาชั่ง เทอร์โมมิเตอร์ (ตามที่โรงแรมกำหนด) พื้นที่วางของ
- นัดเชฟหรือหัวหน้าแผนก สำหรับของที่ต้องตรวจร่วม
รับของทีละขั้น
- ดูใบส่งของเทียบกับใบสั่งซื้อ — ของตรงรายการไหม
- นับและชั่ง — จำนวนและน้ำหนักจริง
- ตรวจคุณภาพ — ความสด สภาพบรรจุภัณฑ์ วันหมดอายุ
- ของสดและของแช่เย็น — ตรวจตามเกณฑ์ของโรงแรม และเก็บเข้าห้องเย็นเร็วที่สุด
- ไม่ตรงหรือไม่ผ่าน — ปฏิเสธ หรือรับบางส่วน และบันทึกในเอกสารให้ชัด
- เซ็นรับเมื่อตรวจเสร็จเท่านั้น
- ทำใบรับของ ส่งบัญชีและจัดซื้อ
- จัดเก็บหรือส่งต่อแผนก ทันที
เกณฑ์อุณหภูมิและคุณภาพ ใช้ตามมาตรฐานของโรงแรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ของแต่ละแบบ ดูอะไร
| ของ | ดูอะไรเป็นพิเศษ |
|---|---|
| ผัก ผลไม้ | ความสด รอยช้ำ น้ำหนักหลังเอาภาชนะออก |
| เนื้อ ปลา อาหารทะเล | กลิ่น สี ความเย็น ตรวจร่วมกับเชฟ |
| ของแห้ง | วันหมดอายุ บรรจุภัณฑ์ไม่ฉีก |
| ของใช้ในห้อง | ยี่ห้อและรุ่นตรงสเปก |
| อะไหล่ | รุ่นตรง ตรวจร่วมกับช่าง |
| สารเคมี | ฉลากครบ บรรจุภัณฑ์ไม่รั่ว เก็บแยก |
ปัญหาที่เจอบ่อย
- ผู้ส่งเร่ง — ขอให้เซ็นก่อนตรวจ
- ส่งของเกิน — รับเกินแล้วต้องจ่ายเกิน
- ของแทน — ยี่ห้ออื่นที่ไม่ได้อนุมัติ
- ส่งนอกเวลารับของ — ไม่มีคนตรวจ
ทุกเรื่องให้ทำตามขั้นตอนของโรงแรม และแจ้งจัดซื้อให้คุยกับผู้ขาย
ทำไมต้องเข้มงวด
- ต้นทุน — ของขาดหรือเสียที่รับเข้ามาคือเงินที่จ่ายเปล่า
- ความปลอดภัยของแขก — โดยเฉพาะอาหาร
- ปกป้องตัวพนักงาน — ทำครบทุกขั้นมีหลักฐานเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
ใครเป็นคนรับของ
ส่วนใหญ่เป็น Receiving Clerk หรือ Storekeeper ของสดตรวจร่วมกับเชฟ แล้วแต่โรงแรม
ของที่ส่งตรงเข้าแผนกต้องผ่านรับของไหม
หลายโรงแรมกำหนดให้ของทุกชิ้นผ่านจุดรับของก่อน เพื่อให้มีเอกสารครบ
ปฏิเสธของแล้ว ต้องทำอะไรต่อ
บันทึกเหตุผล แจ้งจัดซื้อและแผนกที่ต้องใช้ทันที เพื่อหาของมาแทน







